วันอังคารที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2555

เมี่ยงคำเมืองตาก

เมี่ยงคำเมืองตาก
วัตถุดิบและสัดส่วน:เมี่ยงคำ1.ใบชะพลู หรือใบทองหลาง
2.มะพร้าวหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ คั่ว
3.หอมแดงหั่นเป็นชิ้นลูกเต๋า
4.ขิงหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า
5.มะนาวหั่นทั้งเปลือกเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า
6.พริกขี้หนูซอย
7.ถั่วลิสงคั่ว
8.กุ้งแห้ง (เลือกที่เป็นชนิดจืด) 
น้ำราดเมี่ยงคำ
1.น้ำตาลปี๊บ 1 ถ้วย
2.กะปิ (เผาเพื่อเพิ่มความหอม)
3.น้ำปลาอย่างดี 1 ถ้วย
4.ข่าหั่นละอียด 1 ช้อนโต๊ะ
6.ตะไคร้หั่นฝอย 1 ช้อนโต๊ะ
7.กุ้งแห้งโขลกละเอียด ¼ ถ้วย
ขั้นตอนการปรุง:
1.คั่วมะพร้าว ในกระทะโดยใช้ไฟอ่อน จนได้มะพร้าวคั่วที่กรอบหอม
2.ทำน้ำราดเมี่ยงคำ โดยเริ่มจาก ตำโขลก ตะไคร้ ข่า หอมแดงเข้า และกะปิเข้าด้วยกันให้ละเอียด เคี่ยวจนน้ำราดเมี่ยงคำเริ่มเหนียว ยกลงแล้วใส่กุ้งแห้งคั่ว
3.เคี่ยวน้ำตาลปี๊บด้วยไฟปานกลาง และเติมน้ำปลาลงไป
4.ใส่เครื่องที่โขลกไว้ลงไป คนให้เข้ากัน
5.อาจเสริ์ฟเป็นคำๆ โดย ห่อเครื่องต่างๆ ด้วยใบชะพลู หรือใบทองหลาง แล้วเสียบไม้จิ้มฟันเป็นคำไว้ แล้วตักน้ำราดเมี่ยงคำใส่ถ้วยแยกไว้ต่างหาก

วันจันทร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง


ป่า อย่าง ประโยชน์ อย่าง
          
ความรู้ที่ได้เมื่อครั้งตามเสด็จ คือพระเจ้าอยู่หัวให้ความสำคัญกับการปลูกป่า  เพราะป่าให้อาหาร ให้น้ำ และใหอากาศ  เมื่อเขาตัดสินใจลาออกจากราชการ  มาเริ่มต้นกับผืนดินแห้งแล้งจำนวน 40 ไร่ ตำบลมาบเอื้อง อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี เขาขุดบ่อน้ำลึก 15 เมตร กินพื้นที่ ไร่ เมื่อได้น้ำแล้วเขาก็เริ่มปลูกป่าทันที   ตามแนวพระราชดำรัสเกี่ยวกับป่า 3  อย่าง ประโยชน์ อย่าง ที่ได้พระราชทาน ณ โรงแรมริมคำ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ มกราคม 2523

        “...
การปลูกป่าถ้าจะให้ราษฎรมีประโยชน์ให้เขาอยู่ได้  ให้ใช้วิธีปลูกไม้สามอย่าง  แต่มีประโยชน์สี่อย่าง คือ ไม้ใช้สอย  ไม้กิน  ไม้เศรษฐกิจ  โดยปลูกรองรับการชลประทาน ปลูกรับซับน้ำและปลูกอุดช่วงไหล่ตามร่องห้วย  โดยรับน้ำฝนอย่างเดียวประโยชน์ที่สี่คือ ได้ระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ...

         
วิวัฒน์  ศัลยกำธร  อธิบายหลักการปลูกป่า อย่าง ประโยชน์ อย่าง ว่าเป็นแนวคิดขิงการผสมผสานการอนุรักษ์ ดิน น้ำ และการฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้  ควบคู่กับความต้องการด้านเศรษฐกิจ  ด้วยการจำแนกป่า อย่าง ดังนี้
           1. 
ป่าไม้ใช้สอย  คือ ไม้โตเร็ว สำหรับใช้ในครัวเรือน เช่น สะเดา ไม้ไผ่
           2. 
ป่าไม้กินได้  คือ ไม้ผล เช่น มะม่วง และผักกินใบต่างๆ
           3. 
ป่าไม้เศรษฐกิจ  คือ  ไม้ที่ปลูกไว้ขาย  หรือไม้เศรษฐกิจ เช่น ไม้สัก

ส่วนประโยชน์ อย่าง จำแนกประโยชน์แต่ละอย่างออกเป็น
           1. 
ป่าไม้ใช้สอย  นำมาสร้างบ้าน  ทำเล้าเป็ด  เล้าไก่  ด้ามจอบเสียม  ทำหัตถกรรม  หรือกระทั่งใช้เป็นเชื้อเพลิง (ฟืน) ในการหุงต้ม
           2. 
ป่าไม้กินได้  นำมาเป็นอาหาร  ทั้งพืชกินใบ  กินผล  กินหัว  และเป็นยาสมุนไพร
           3. 
ป่าไม้เศรษฐกิจ  เป็นแหล่งรายได้ของครัวเรือน  เป็นพืชที่สามารถนำมาจำหน่ายได้  ซึ่งควรปลูกพืชหลากหลายชนิดเพื่อลดความเสี่ยงเรื่องราคาตกต่ำและไม่แน่นอน
           4. 
ประโยชน์ในการช่วยอนุรักษ์ดินและน้ำ  การปลูกพืชที่หลากหลายอย่างเป็นระบบ จะช่วยสร้างสมดุลของระบบนิเวศในสวน  ช่วยปกป้องผิวดินให้ชุ่มชื้น ดูดซับน้ำฝน และค่อยๆ ปลดปล่อยความชื้อสู่สวนเกษตรกรรม
แหล่งที่มา

คุณธรรมและจริยธรรมในการใช้อินเทอร์เน็ต


คุณธรรมและจริยธรรมในการใช้อินเทอร์เน็ต
ผลกระทบการใช้อินเทอร์เน็ต
1 โทษของอินเทอร์เน็ต
        โทษของอินเทอร์เน็ต มีหลากหลายลักษณะ ทั้งที่เป็นแหล่งข้อมูลที่เสียหาย, ข้อมูลไม่ดี ไม่ถูกต้อง, แหล่งประกาศซื้อขาย
ของผิดกฏหมาย, ขายบริการทางเพศ ที่รวมและกระจายของไวรัสคอมพิวเตอร์ต่างๆ
-                   อินเทอร์เน็ตเป็นระบบอิสระ ไม่มีเจ้าของ ทำให้การควบคุมกระทำได้ยาก
-                   มีข้อมูลที่มีผลเสียเผยแพร่อยู่ปริมาณมาก
-                   ไม่มีระบบจัดการข้อมูลที่ดี ทำให้การค้นหากระทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร
-                   เติบโตเร็วเกินไป
-                   ข้อมูลบางอย่างอาจไม่จริง ต้องดูให้ดีเสียก่อน อาจถูกหลอกลวง-กลั่นแกล้งจากเพื่อน
-                   ถ้าเล่นอินเทอร์เน็ตมากเกินไปอาจเสียการเรียนได้
-                   ข้อมูลบางอย่างก็ไม่เหมาะกับเด็กๆ
-                   ขณะที่ใช้อินเทอร์เน็ต โทรศัพท์จะใช้งานไม่ได้ (นั่นจะเป็นเฉพาะการต่ออินเทอร์เน็ตแบบ Dial up
แต่ในปัจจุบันอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงจะสามารถใช้งานโทรศัพท์ที่ต่ออินเทอร์เน็ตได้ด้วย)
-                   เป็นสถานที่ที่ใช้ติดต่อสื่อสาร เพื่อก่อเหตุร้าย เช่น การวางระเบิด หรือล่อลวงผู้อื่นไปกระทำชำเรา
-                   ทำให้เสียสุขภาพ เวลาที่ใช้อินเตอร์เนตเป็นเวลานานๆ โดยไม่ได้ขยับเคลื่อนไหว
2 โรคติดอินเทอร์เน็ต
โรคติดอินเทอร์เน็ต (Webaholic) เป็นอาการทางจิตประเภทหนึ่ง ซึ่งนักจิตวิทยาชื่อ Kimberly S Young ได้ศึกษาและวิเคราะห์ไว้ว่า บุคคลใดที่มีอาการดังต่อไปนี้ อย่างน้อย 4 ประการ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี แสดงว่าเป็นอาการติดอินเทอร์เน็ต
-                   รู้สึกหมกมุ่นกับอินเทอร์เน็ต แม้ในเวลาที่ไม่ได้ต่อเข้าระบบอินเทอร์เน็ต
-                   มีความต้องการใช้อินเทอร์เน็ตเป็นเวลานานขึ้นอยู่เรื่อยๆ ไม่สามารถควบคุมการใช้อินเทอร์เน็ตได้
-                   รู้สึกหงุดหงิดเมื่อใช้อินเทอร์เน็ตน้อยลง หรือหยุดใช้
-                   คิดว่าเมื่อใช้อินเทอร์เน็ตแล้ว ทำให้ตนเองรู้สึกดีขึ้น
-                   ใช้อินเทอร์เน็ตในการหลีกเลี่ยงปัญหา
-                   หลอกคนในครอบครัว หรือเพื่อน เรื่องการใช้อินเทอร์เน็ตของตนเอง
-                   มีอาการผิดปกติเมื่อเลิกใช้อินเทอร์เน็ต เช่น หดหู่ กระวนกระวาย
        ซึ่งอาการดังกล่าว ถ้ามีมากกว่า 4 ประการในช่วง 1 ปี จะถือว่าเป็นอาการติดอินเทอร์เน็ต ซึ่งส่งผลเสียต่อระบบร่างกาย
ทั้งการกิน การขับถ่าย และกระทบต่อการเรียน สภาพสังคมของคนๆ นั้นต่อไป
3อาชญากรรมคอมพิวเตอร์
เทคโนโลยีที่ทันสมัย แม้จะช่วยอำนวยความสะดวกได้มากเพียงใดก็ตาม สิ่งที่ต้องยอมรับความจริงก็คือ เทคโนโลยีทุกอย่างมีจุดเด่นและข้อด้อยของตนทั้งสิ้น ทั้งที่มาจากตัวเทคโนโลยีเอง และมาจากปัญหาอื่นๆ เช่น บุคคลที่มีจุดประสงค์ร้าย
ในโลก cyberspace อาชญากรรมคอมพิวเตอร์เป็นปัญหาหลักที่นับว่ายิ่งมีความรุนแรง เพิ่มมากขึ้น ประมาณกันว่ามีถึง 230% ในช่วงปี 2002 และแหล่งที่เป็นจุดโจมตีมากที่สุดก็คือ อินเทอร์เน็ต นับว่ารุนแรงกว่าปัญหาไวรัสคอมพิวเตอร์เสียด้วยซ้ำ
หน่วยงานทุกหน่วยงานที่นำไอทีมาใช้งาน จึงต้องตระหนักในปัญหานี้เป็นอย่างยิ่ง จำเป็นต้องลงทุนด้านบุคลากรที่มีความ
เชี่ยวชาญด้านการรักษาความปลอดภัย ระบบซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ที่มีประสิทธิภาพ การวางแผน ติดตาม และประเมินผลที่ต้องกระทำอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง แต่ไม่ว่าจะมีการป้องกันดีเพียงใด ปัญหาการโจมตีระบบคอมพิวเตอร์ก็มีอยู่เรื่อยๆ ทั้งนี้ระบบการโจมตีที่พบบ่อยๆ ได้แก่
-                   Hacker & Cracker อาชญากรที่ได้รับการยอมรับว่ามีผลกระทบต่อสังคมไอทีเป็นอย่างยิ่ง
-                   บุคลากรในองค์กร หน่วยงานใดที่ไล่พนักงานออกจากงานอาจสร้างความไม่พึงพอใจให้กับพนักงานจนมาก่อปัญหาอาชญากรรมได้เช่นกัน
-                   Buffer overflow เป็นรูปแบบการโจมตีที่ง่ายที่สุด แต่ทำอันตรายให้กับระบบได้มากที่สุด โดยอาชญากรจะอาศัย
ช่องโหว่ของระบบปฏิบัติการ และขีดจำกัดของทรัพยากรระบบมาใช้ในการจู่โจม การส่งคำสั่งให้เครื่องแม่ข่ายเป็นปริมาณมากๆ ในเวลาเดียวกัน ซึ่งส่งผลให้เครื่องไม่สามารถรันงานได้ตามปกติ หน่วยความจำไม่เพียงพอ จนกระทั่งเกิดการแฮงค์ของระบบ เช่นการสร้างฟอร์มรับส่งเมล์ที่ไม่ได้ป้องกัน ผู้ไม่ประสงค์อาจจะใช้ฟอร์มนั้นในการส่งข้อมูลกระหน่ำระบบได้
-                   Backdoors นักพัฒนาเกือบทุกราย มักสร้างระบบ Backdoors เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงาน ซึ่งหากอาชญากรรู้เท่าทัน ก็สามารถใช้ประโยชน์จาก Backdoors นั้นได้เช่นกัน
-                   CGI Script ภาษาคอมพิวเตอร์ที่นิยมมากในการพัฒนาเว็บเซอร์วิส มักเป็นช่องโหว่รุนแรงอีกทางหนึ่งได้เช่นกัน
-                   Hidden HTML การสร้างฟอร์มด้วยภาษา HTML และสร้างฟิลด์เก็บรหัสแบบ Hidden ย่อมเป็นช่องทางที่อำนวย
ความสะดวกให้กับอาชญากรได้เป็นอย่างดี โดยการเปิดดูรหัสคำสั่ง (Source Code) ก็สามารถตรวจสอบและนำมา
ใช้งานได้ทันที
-                   Failing to Update การประกาศจุดอ่อนของซอฟต์แวร์ เพื่อให้ผู้ใช้นำไปปรับปรุงเป็นทางหนึ่งที่อาชญากร นำไป
จู่โจมระบบที่ใช้ซอฟต์แวร์นั้นๆ ได้เช่นกัน เพราะกว่าที่เจ้าของเว็บไซต์ หรือระบบ จะทำการปรับปรุง (Updated) ซอตฟ์แวร์ที่มีช่องโหว่นั้น ก็สายเกินไปเสียแล้ว
-                   Illegal Browsing ธุรกรรมทางอินเทอร์เน็ต ย่อมหนีไม่พ้นการส่งค่าผ่านทางบราวเซอร์ แม้กระทั่งรหัสผ่านต่างๆ ซึ่งบราวเซอร์บางรุ่น หรือรุ่นเก่าๆ ย่อมไม่มีความสามารถในการเข้ารหัส หรือป้องกันการเรียกดูข้อมูล นี่ก็เป็นอีกจุดอ่อนของธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ได้เช่นกัน
-                   Malicious scripts จะมีการเขียนโปรแกรมไว้ในเว็บไซต์ แล้วผู้ใช้เรียกเว็บไซต์ดูบนเครื่องของตน อย่างมั่นใจ
หรือว่าไม่เจอปัญหาอะไร อาชญากรอาจจะเขียนโปรแกรมแฝงในเอกสารเว็บ เมื่อถูกเรียก โปรแกรมนั้นจะถูกดึงไปประมวลผลฝั่งไคลน์เอ็นต์ และทำงานตามที่กำหนดไว้อย่างง่ายดาย โดยที่ผู้ใช้จะไม่ทราบว่าตนเองเป็นผู้สั่งรันโปรแกรมนั้นเอง
-                   Poison cookies ขนมหวานอิเล็กทรอนิกส์ ที่เก็บข้อมูลต่างๆ ตามแต่จะกำหนด จะถูกเรียกทำงานทันทีเมื่อมีการเรียกดูเว็บไซต์ที่บรรจุคุกกี้ชิ้นนี้ และไม่ยากอีกเช่นกันที่จะเขียนโปรแกรมแฝงอีกชิ้น ให้ส่งคุกกี้ที่บันทึกข้อมูลต่างๆ ของผู้ใช้ส่งกลับไปยังอาชญากร
-                   ไวรัสคอมพิวเตอร์ ภัยร้ายสำหรับหน่วยงานที่ใช้ไอทีตั้งแต่เริ่มแรก และดำรงอยู่อย่างอมตะตลอดกาล ในปี 2001 พบว่าไวรัส Nimda ได้สร้างความเสียหายได้สูงสุด เป็นมูลค่าถึง 25,400 ล้าบบาท ในทั่วโลก ตามด้วย Code Red, Sircam, LoveBug, Melissa ตามลำดับที่ไม่หย่อนกว่ากัน
         ปัญหาของโลกไอที มีหลากหลายมาก การทำนายผลกระทบที่มีข้อมูลอ้างอิงอย่างพอเพียง การมีทีมงานที่มีประสิทธิภาพ
การวางแผน ติดตาม ประเมินผลอย่างสม่ำเสมอ คงจะช่วยให้รอดพ้นปัญหานี้ได้บ้าง
แหล่งที่มา

วันอังคารที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ประวัติส่วนตัว


ประวัติส่วนตัว


ชื่อ เด็กหญิงชลดา   อยู่เลิศลบ (Chonlada   Yuloedlob )
ชื่อเล่น : เบียร์ (Beer)
อายุ : 13 ปี
ส่วนสูง : 152 เซนติเมตร
น้ำหนัก : 48 กิโลกรัม
ราศี ราศีมีน
กรุ๊ปเลือด กรุ๊ปโอ
เกิดวันที่: พฤหัสบดี ที่ 18  เดือน มีนาคม พ.ศ. 2542
สัญชาติ ไทย   
เชื้อชาติ ไทย    
ศาสนา:  พุทธ
ที่อยู่ปัจจุบัน:  บ้านเลขที่ 2/80 ถนน พหลโยธิน ตำบล ระแหง   อำเภอ เมืองตาก จังหวัด ตาก
รหัสไปรษณีย์: 63000
โทรศัพท์:  085-533-2093 / 087-736-0180
G-mail:  farbeerchonlada@gmail.com
การศึกษา: ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่2/3 โรงเรียนตากพิทยาคม อำเภอเมืองตาก  จังหวัด ตาก
สีที่ชอบ : สีฟ้าวิชาที่ชอบ : วิทยาศาสตร์ และ ภาษาอังกฤษงานอดิเรก : ฟังเพลง อ่านหนังสือ
อาชีพที่สนใจ : แพทย์
ศิลปินที่ชื่นชอบ  ญาญ่า
คติประจำใจ : ทำวันนี้ให้ดีที่สุด

วันจันทร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ชนิดของเครือข่ายคอมพิวเตอร์

ชนิดของเครือข่ายคอมพิวเตอร์
เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันมีหลายประเภท จำแนกได้ตามขอบเขตของการเชื่อมต่อ มีดังต่อไปนี้
1.เครือข่ายบริเวณเฉพาะที่ (Local Area Network) หรือ แลน (LAN)
2.เครือข่ายบริเวณนครหลวง (Metropolitan Area Network) หรือแมน (MAN)
3.เครือข่ายบริเวณกว้าง (Wide Area Network) หรือแวน (WAN)
4.เครือข่ายอินเทอร์เน็ต (Internet)
เครือข่ายบริเวณเฉพาะที่
                เครือข่ายบริเวณเฉพาะที่ (Local Area Network : LAN) เป็นเครือข่ายระยะใกล้ ใช้ภายในสำนักงานขององค์กรที่อยู่ในอาคาเดียวกัน ส่วนประกอบสำคัญของระบบเครือข่ายบริเวณเฉพาะที่มีดังนี้
                1.เครื่องบริการ (server)
2.เครื่องสถานีงาน (workstation)
3.การ์ดต่อเชื่อมเครือข่ายเฉพาะที่ (LAN card)
4.ซอฟต์แวร์ควบคุมระบบเครือข่าย (Network system software)
5.เครื่องกระจายสายระบบเครือข่ายบริเวณเฉพาะที่หรือฮับ (hub)
6.สายต่อเชื่อมระบบเครือข่ายบริเวณเฉพาะที่ (LAN cable)
เครือข่ายบริเวณนครหลวง
                เครือข่ายบริเวณนครหลวง หรือแมน (MAN) เป็นเครือข่าย ให้บริการสำหรับเมืองใหญ่ๆที่พัฒนามาจากระบบโทรทัศน์ทางสาย หรือเคเบิลทีวีในสมัยก่อน
เครือบริเวณกว้าง
                เครือข่ายบริเวณกว้างหรือแวน(WAN)เป็นเครือข่ายที่พัฒนามาจากเครือข่ายโทรศัพท์ทางไกลซึ่งเชื่อมโยงผ่าน เมือง จังหวัด ประเทศ ทวีป โยงใยทั่วโลก แบ่งเป็น2เครือข่าย เครือข่ายย่อย (subnet) เครือข่ายหลัก (backbone)


เครือข่ายอินเทอร์เน็ต
                เครือข่ายอินเทอร์เน็ต (internet) ได้รับการพัฒนามาจากแวนเพื่อการวิจัยของกระทรวงกลาโหมสหรัฐที่เรียกว่า อาร์พาเน็ต (ARPANET) ซึ่งเริ่มต้นสร้างขึ้นในปี 1969 โดยมีมหาวิทยาลัยเข้าร่วมพัฒนา 3 มหาวิทยาลัย และศูนย์วิจัยอีก 1 แห่ง ต่อมาเครือข่ายนี้ได้พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ

ความหมายของข้อมูล

ข้อมูลเเละสารสนเทศ
       ข้อมูล เป็นข้อเท็จจริงของเหตุการณ์  หรือของสิ่งที่น่าสนใจ  ข้อมูลจะนำไปใช้เป็นประโยชน์ได้ก็ต่อเมื่อผ่านการประมวลผลให้เป็นสารสนเทศก่อน  สารสนเทศนี้เองคือสิ่งที่เรานำไปใช้ประกอบการตัดสินใจ  ข้อมูลเเละสารสนเทศจึงเป็นสิ่งที่มีค่า  ต้องเก็บรักษาไว้อย่างเป็นระบบ  เเละต้องมีการปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่เสมอ